􀀷ทำงานหยาบอย่างไร..ให้ใจละเอียด􀀷 พระ: เวลาต้องกลับไปทำงานรับบุญต่าง ๆ ใจจะหยาบลง เราจะมีวิธีรักษาความละเอียดอย่างไรดีครับ หลวงพ่อ: ต้องคิดอย่างนี้ก่อนว่า งานทุกงานเป็นงานบุญงานกุศลที่จะเกื้อหนุนให้การปฏิบัติธรรมของเราดีขึ้น ถือเป็นการปฏิบัติธรรมไปด้วยในตัว ถึงแม้เราจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางก็ดี การเตรียมเทศน์สอนก็ดี การตอบคำถาม หรือคอยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็ดี ถ้าคิดว่าการทำสิ่งเหล่านี้เป็นการพักผ่อน เป็นการเติมบุญบารมีของเราแล้ว ความรู้สึกเครียดจะไม่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เหนื่อย ทั้ง ๆ ที่ล้า แต่ว่ามันไม่หยาบ พอถึงเวลานั่งก็ทิ้งให้หมด เดี๋ยวก็ละเอียด ระหว่างการเดินทางก็ทำภาวนาไปเรื่อย ๆ พอไปถึงทำหน้ากัลยาณมิตร เป็นครูบาอาจารย์ ต้องแนะนำเขา เราก็พูดเท่าที่เรารู้ จะพูด จะตอบคำถามอะไร ก็ทำอย่างสบายๆ เย็น ๆ ใจเราจะเบิกบาน อันไหนตอบไม่ได้ เราก็บอก อันนี้เดี๋ยวขอมาเตรียมตัว จะได้ไม่ซีเรียสอะไรมาก อันนี้ทำไม่ได้ ก็บอกโยมทำเท่าที่ได้ไปก่อน ทำแค่นี้ให้มันได้เสียก่อน อย่างนี้แล้วจะไม่หยาบ แค่เหนื่อยเพราะเดินทาง เหนื่อยเพราะต้องเตรียมการสอน ตอบคำถาม ชักชวน แนะนำอะไรเขา มันแค่เหนื่อย แต่ไม่หยาบ หยาบจะเป็นอย่างนี้ คือ กำหนัดในกาม อย่างนี้หยาบ มันจะมีแต่ภาพของผู้หญิง ภาพสิ่งที่จะจูงใจของเราเข้าไปในเส้นทางอย่างนั้น ใจครุ่นคิด ปรุงแต่ง หรือโกรธ ขุ่นมัว หงุดหงิด รำคาญ อย่างนี้หยาบ ก็ให้สังเกตดู ถ้าไม่กำหนัดในกาม ไม่พยาบาท ไม่คิดเบียดเบียนใคร อย่างนี้ไม่มีปัญหา ถ้าเหนื่อยไม่มีปัญหา ล้มตึงหัวถึงหมอนหลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมาก็สดชื่น อย่างนี้ไม่หยาบ สังเกตดูเป็นแบบไหน พูดกับหลวงพ่อต้องพูดตรง ๆ เพราะหลวงพ่อไม่พูดอ้อมค้อม จะพูดตรง ๆ จะได้ช่วยแก้ไข ถ้ากำหนัดในกาม เราก็ต้องเอาชนะมันนะ เรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เราไม่ให้ความสำคัญก็จบแล้ว ถึงได้บอก ต้องรักวิชชาธรรมกายให้มาก โดยคิดอย่างนี้ว่า เรามีบุญจังเลย ที่ได้ยิน ได้ฟัง ได้เข้าใกล้ ได้ศึกษา ได้ลงมือปฏิบัติ แล้วก็ไปเทียบกับคนทั่วโลก เทียบกับเทวดาซึ่งไม่มีโอกาสแล้ว เสวยบุญอย่างเดียว ถ้าเทียบกับมนุษย์ เทียบกับสิ่งที่เราเห็น สัตว์เดรัจฉาน เออ เรามีบุญจังเลย เทียบกับคนในประเทศไทย เทียบกับชาวพุทธ เทียบกับพวกที่อยู่รอบ ๆ วัด เทียบอย่างนี้จะทำให้เราเกิดกำลังใจ ปีติ ภาคภูมิใจ พอใจเราปีติ ก็จะเริ่มอยากนั่ง พอเราเริ่มนั่งแล้ว ก็เริ่มด้วยอารมณ์สบายๆ เอาอารมณ์สบาย เอาความสุขที่นั่งในรอบนั้นเป็นเสบียงไว้สำหรับรอบหน้า นั่งอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ละเอียด เพราะจะละเอียดได้ตอนที่ใจสบายเป็นหลักเลย ใจสบาย มีปีติ มีความสุข พระพุทธเจ้าทรงเรียงไว้มี วิตก วิจารณ์ ปีติ สุข เอกัคตา เราก็หาเรื่องทำให้ปีติ คือ วิตก วิจารณ์ คือ นึกถึงเรื่องที่หลวงพ่อว่าเมื่อสักครู่นี้ให้เกิดปีติ ใจสบาย ไม่ทุรนทุราย ไม่กระสับกระส่าย เกิดความสุขกาย เบาใจ เบาทีนี้เริ่มมันแล้ว เอกัคตา คือ ใจหยุดนิ่งเป็นหนึ่งในอารมณ์เดียว เพราะฉะนั้น เราจะไปทำกิจกรรมอะไร สบาย แค่เหนื่อย แต่ไม่หยาบเลย หลวงพ่อเคยถามคุณยายเหมือนกัน “ยาย ๆ ทำไมทำงานอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เดี๋ยวก็หยาบหมด” ท่านบอก “ไม่หยาบหรอก ถึงเวลานั่ง ยายก็ทิ้งหมด” ยายแค่เหนื่อย เออ หลวงพ่อก็ได้คิด เหนื่อยกับหยาบ มันไม่เหมือนกัน ถึงเวลานั่ง ยายก็ทิ้งไปเลย ไม่เอาอะไรมาใส่ใจ ยายก็พรวดไปถึงจุดที่ยายเคยละเอียดล่าสุดเป็นจุดเริ่มต้นต่อไปอีก เดินทางต่อ ไม่ใช่ว่าต้องมานับหนึ่งใหม่เรื่อย ไม่ใช่อีกรอบก็ต้องมาหนึ่งใหม่อีก สมมติรอบที่แล้วนับพันรอบ ถัดไปก็สองพัน สามพันเรื่อยไป ต่อเนื่องกระทั่งล่าสุดก็เป็นจุดเริ่มต้น เพราะฉะนั้น เราเหนื่อย หรือเราหยาบ ให้สังเกตตัวเราเองให้ดีนะ เหนื่อยไม่มีปัญหา เหนื่อยไม่เคยทำให้ใครท้อ แต่หยาบ ทำให้ท้อ ให้เบื่อหน่าย พอเบื่อแล้ว มันก็อยากจะไปหาอะไรเพลินๆ สนุกๆ แบบชาวโลก อยากมีครอบครับ อยากมีลูกมีเต้า มีพันธะของชีวิต มีอะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป 3 เมษายน พ.ศ. 2539 คำตอบ..คุณครูไม่ใหญ่ (รอทำเล่ม 2)

https://timeline.line.me/post/_dWecMlWGhvXatKKG4wEVdXSApGDnrKrRPuGse_g/1157510560301011359

ความคิดเห็น