#เหตุที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบปัญหาเชิงปรัชญา ในสมัยพุทธกาล มีพระนักคิดรูปหนึ่ง มีความสงสัยว่า ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ตอบปัญหา หรือแสดงความเห็นในเรื่่องโลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง โลกนี้มีที่สุดไหม ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกันหรือต่างกัน หลังจากพระพุทธองค์ตายแล้วไปไหน จะต้องกลับมาเกิดอีกไหม ฯ พระนักคิดรูปนี้ ตั้งใจว่า หากถามแล้วพระองค์ยังไม่ตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ตนเองจะลาสิกขา เพราะไม่เห็นประโยชน์ว่าจะบวชอยู่ต่อไปอีกทำไม ในเมื่อเรื่องแค่นี้ศาสดายังให้คำตอบไม่ได้ วันหนึ่งพระนักคิดรูปนี้ ก็เข้าไปถามปัญหาที่สงสัยนี้แหละ พร้อมกับบอกด้วยว่า หากพระองค์รู้ก็ขอให้บอกว่ารู้ หากไม่รู้ก็ขอให้บอกว่าไม่รู้ หากรู้แล้วไม่บอก ตนเองจะลาสิกขา พระพุทธองค์ เมื่อได้ยินดังนี้ ก็ถามกลับไปว่า ไหนลองบอกมาซิ เราเคยชวนเธอบวช เพราะจะตอบเกี่ยวกับเรื่องโลกเที่ยง หรือไม่เที่ยงตั้งแต่ตอนไหน ฟังให้ดีนะ คนที่ถูกลูกธนูยิ่งเข้าที่ร่างกาย เวลาเขาไปหาหมอ เขาสนใจเรื่องจะเอาลูกศรธนูออกจากร่างกาย หรือสนใจว่าใครเป็นคนยิง ปัญหาที่ไม่พระองค์ไม่ตอบ - ปัญหาว่า ‘โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุด โลกไม่มีที่สุด ชีวะกับสรีระ เป็นอย่างเดียวกัน ชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกัน หลังจากตายแล้วตถาคตเกิดอีก หลังจากตายแล้วตถาคตไม่เกิดอีก หลังจากตายแล้วตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ปัญหาที่ที่พระองค์ตอบ - ปัญหาว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ เพราะเหตุไรเราจึงตอบ เพราะปัญหานั้นมีประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปเพื่อความ เบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ และเพื่อ นิพพาน เหตุนั้นเราจึงตอบ -มาลุงกยสูตร

https://timeline.line.me/post/_dWecMlWGhvXatKKG4wEVdXSApGDnrKrRPuGse_g/1156446144901019479

ความคิดเห็น