https://timeline.line.me/post/_dQJCTnhpdqS1ocqCuOAPS4indkaA8eZbdtqeDnI/1152432009301032157
“บั่นทอน” วันที่ 20 ที่ผ่านมาเป็นวันประชุมมหาเถรสมาคม ซึ่งหากประชุมตามปกติก็จะเป็นวันที 10 20 30 ของเดือน คือ สรุปว่าเดือนละ 3 ครั้ง ทำไมถึงอย่างนี้ ก็เพราะว่า ในวันที่ผ่านมา หลายๆท่านคงจะได้เห็นภาพที่น่าบาดตาบาดใจของใครใคร บางคนก็จะมองและคิดไปทางหนึ่ง บางคนก็คงจะมองและคิดไปอีกทาง (ภาพที่พระพรหมเมธีบีบมือผอ.สำนักฯ) แต่ไม่รู้ในใจของผอ.คิดอะไร แต่ถ้าเดาใจหลวงพ่อท่านก็คงจะคิดว่า...สุคโต สุคโต สุคโต เพราะท่านได้ชื่อว่าเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ซึ่งเรื่องนี้คนวงการจะทราบกันดี ท่านเป็นพระที่มากด้วยสหธรรมิกที่มีทั้งพระนักปฏิบัติ นักพัฒนา ฯลฯ และไม่เว้นพระที่รู้เรื่องการบ้านการเมือง มีโอกาสได้รู้จักท่าน เลยทราบว่าท่านเป็นพระที่รอบรู้มากมายหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าเรื่องศาสนา การบ้านการเมือง หรือจะเพราะเหตุที่ท่านรู้มากมายนี่หรือป่าวจึงเป็นที่มาของเรื่อง “บั่นทอน” ที่เกิดขึ้น วันนี้จะพูดแค่เรื่องของพระพรหมเมธีก่อน เพราะกล่าวโดยเส้นทางนั้นท่านมาก่อนใครๆ มากทั้งอายุ มากทั้งพรรษา และมากทั้งการทำงาน เคยทำงานส่วนงานเลขาฯของพระสังฆราชมาหลายรูป เคยทำงานใหญ่ๆมามากมายทั้งศาสนจักร อาณาจักร เป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีสหธรรมิกที่เป็นทั้งฝ่ายอรัญวาสี และฝ่ายคามวาสี หากจะตามไปดูญาติโยมที่อุปถัมภ์ อุปัฏฐาก ก็จะเห็นว่าเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการธุรกิจของไทย และของโลก บางคนท่านเล่าว่า สมัยนั้นพระก็เป็นสามเณรน้อยในวัดสัมพันธ์ ท่านเจ้าส้วใหญ่ก็เป็นเด็กมาเล่นในวัด รู้จักกันมานมนาน ( รุ่นต่อรุ่นกันมา) หรือแม้แต่คนในระดับนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบสมบูรณ์ ก็ยังให้ความเคารพนับถือ ให้ความเชื่อมั่น ทั้งพี่ชาย ทั้งน้องชาย หรือเหตุนี่หนอเป็นที่มาของเงินบั่นทอน หลายวันก่อนมีคนส่งเอกสารมาให้อ่านชุดหนึ่ง เขาบอกว่าเป็นเอกสารที่ออกมาเพื่อการสั่งจ่ายเงินบั่นทอนให้กับวัดต่างๆที่เป็นสำนักเรียน สำนักงานศึกษา ให้นำไปใช้ประโยชน์กับงานพระศาสนา เห็นมีอยู่หลายวัด เป็นวัดใหญ่ๆ วัดสำคัญ ซึ่งจะว่าไปก็ไม่น่าตกใจ หรือพิเศษใจอะไรในงบดั่งกล่าว เพราะก็ต้องให้กับวัดใหญ่ๆ ที่เป็นสำนักเรียน สำนักการศึกษา ก็เป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องที่เห็นคือจำนวนเงินที่ต่างกัน ก็แน่นอนละที่ต้องไม่เท่ากัน มี สิบ มีห้า มีสอง กันตามลำดับ จะเป็นเอกสารชุดนี้หรือป่าวก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ก็มีลายเซ็นต์ของอดีตผอ.ถึง สองท่าน หากเป็นความเห็นของท่านปัจจุบันก็คงจะบอกว่า ก็คนก่อนๆนั้นเลวหมด ผมดีสุด ....ก็แล้วแต่จะคิดละครับ แต่ผมก็บอกได้ว่ามีทางเป็นไปได้หลายทางเอาว่าส่วนเอกสารให้หาอ่านกันเอาเอง ซึ่งก็คงไม่ลำบากมากที่จะหาเอาสำหรับยุคโซเชียวเช่นนี้ วันนี้ลาก่อนครับ ว่างๆเจอกันใหม่ สวัสดี ออเจ้า เออก่อนนอนจะบอกให้ทราบว่าหน้าที่ ข้อที่ 2 ของผอ.สำนักฯมีภารกิจเกี่ยวกับการการดำเนินงานดูแล สนองงานของคณะสงฆ์ และรัฐ โดยการทนุบำรุง ส่งเสริม ฯลฯ เป็นต้น แต่ท่านกลับทำเรื่องตรงกันข้าม ระวังโดนสวนกลับแล้วจะหาว่าไม่บอกกล่าวละท่าน อนาลโย ภิกษุ 20 04 61
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น