https://timeline.line.me/post/_dVgr0OPuH_q6fDBLdMZ7B5vRC8jnwzS4C4xagnk/1151727310710073993
ทุกชีวิตเหมือนนักโทษที่ถูกจองจำตลอดชีวิตด้วยอำนาจกิเลส อยู่บนโลกนี้จนใกล้จะเกษียณจากโลกนี้อยู่แล้ว เพิ่งรู้นะว่าหนทางมรรคผลนิพพานอยู่ที่ใจเรานี่เอง ทางสายกลางก็อยู่กลางกายเรานี่เอง ไปหาที่วัด ไปทะเล ภูเขา ในถ้ำ ไปทะเลลึก หรือที่ไหน ๆ ก็ไม่เจอ ต้องเก็บใจให้อยู่กับเนื้อกับตัว จึงมีสิทธิ์พบได้ เมื่อก่อนก็คิดว่า ใครอยากหมดกิเลส มีฤทธิ์ ก็ต้องเป็นพระในป่าเท่านั้น นั่งสมาธิไม่ใช่หน้าที่โยม เป็นหน้าที่พระกับแม่ชีเท่านั้น พูดถึงพระ พูดถึงแม่ชี ก็ต้องพูดดี ๆ เพราะเป็นสูง เผลอล้อเลียนยังไม่ได้เลย ไม่งั้นจะบาป ยังดีนะ ที่รู้ความจริงก่อนจะหมดชาตินี้ไปเสียก่อน เพราะอดีตก็ไปวัดทำบุญตั้งแต่เด็ก เรียนรร.วัด ถูศาลาวัด ล้างปิ่นโตวัด จนกระทั่งโต ทำบุญทุกที่ ไม่เลือกวัด เพราะอยากได้บุญ บุญคืออะไรไม่รู้แต่อยากไปทำบุญ ไปวัดแล้วสบายใจ มีความสุขสงบอย่างอัตโนมัติ ก็พอใจแล้ว แม้กระทั่งวันนี้ จะมีข่าวมากมายเกี่ยวกับพระกับวัดไม่ค่อยดี ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่า ไม่รู้จริงหรือเปล่า ชีวิตเรายังบกพร่องกันอยู่ทุกคน ไม่ว่าใคร โดยเฉพาะเราเองเกือบจะหมดชาตินี้แล้ว ข้อบกพร่องยังอีกมากมายนัก ที่ทำได้ รู้แต่ก็ยังปฏิบัติได้ไม่สม่ำเสมอเลย ทำได้ก็ชนะ ทำไม่ได้ก็แพ้สลับกันอยู่อย่างนี้แล้วจะมีเวลาที่ไหนไปดูว่าคนอื่นดีหรือไม่ดี เพราะทุกคนต่างมีกฎแห่งกรรมกำกับอยู่ทั้งนั้น เหมือนกำลังนั่งเรือลำใหญ่ในมหาสมุทรที่มีคลื่นลมแรงตลอดเวลา เรือก็โคลงเคลง ๆ ตลอด ทำให้ต่างคนต่างก็ต้องช่วยตัวเองนั่นแหละ แล้วจะไปทำอะไรกับใครได้. ถ้าพลาดพลั้งก็อาจถึงกับตกเรือเป็นอาหารกุ้งหอยปูปลาไปเลย หรืออย่างเบาอาจล้มลุกคลุกคลาน ศีรษะโนบอบช้ำเพราะโดนแรงกระแทก กระแสแห่งลมแรง ที่ทำให้เรือชีวิตต้องโคงเคลงตลอดเวลา คืออำนาจกิเลสที่บีบคั้นบังคับในใจเรา สิ่งจะเป็นที่ยึดที่เกาะที่พึ่งของใจก็คงจะเป็นคุณความดีที่ได้ทำมา เพราะใจเราก็คล้ายเมล็ดพันธุ์พืช ท่แม้ลำต้นกิ่งก้านใบผลเน่าเสื่อมสลายไปแล้ว ยังคงเหลือเมล็ดที่ต้องไปงอกใหม่นั่นเอง จะให้ใจของเราไปเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งคุณงามความดีมีคุณภาพ ก็ต้องหมั่นชำระล้างใจด้วยการทำความดีทั้งทานศีลภาวนาบ่อย ๆ เนือง ๆ ตลอดเวลา เพราะใจเราประดุจนักโทษที่ถูกจองจำตลอดชีวิตด้วยอำนาจกิเลสนานาชนิด มีพิษร้ายแรงเกินหาใดเปรียบได้ ดังนั้นพระพุทธองค์ จึงเมตตาแนะนำบอกให้มนุษย์เร่งหาที่พึ่งแห่งตนโดยเร็วไวนั่นเอง ซึ่งที่พึ่งนั้นก็อยู๋ที่ใจเรานี้เอง ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน ดังคำกล่าวที่ได่ยินจนคุ้นคือ "ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน" การสวดธรรมจักร นับเป็นบทสวดที่มีอานุภาพมากบทแรกที่ทรงแสดงในพระพุทธศาสนา ยิ่งสวดยิ่งดึงสติ ความรู้ตัว กลับมามากขึ้น มองเห็นความจริงของชีวิตมากขึ้น สวดได้ง่าย ๆ ทั่วโลก เพราะบทสวดก็มีอยู่แล้ว ในโลกโซเชียลมากมายให้เลือก ก็ในเมื่อชีวิตทุกชีวิตต้องเจอมรสุมตลอดเวลาคือกิเลส ไม่รู้จะจากโลกนี้ไปวันไหน เวลใด ที่ตรงไหน ดังนั้นจึงต้องตั้งสติให้ดี ไม่เช่นนั้นมีสิทธิ์เมาเรือ จนโงศีรษะไม่ขึ้นก็เป็นได้ แล้วใครจะช่วยเรา เพราะเขาก็ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนเช่นกัน โดยเฉพาะมีคนจำนวนมาก ถูกกิเลสบังคับให้ออกมาว่าร้ายพระ จับผิดวัดต่าง ๆ นานา ก็เท่ากับไม่ช่วยตัวเองให้รอดแล้ว ยังถมตัวองให้ตกต่ำอีกด้วยนะ cr.ฝรั่งริมรั้ววัด 29ม.ค.2561
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น